บมจ. บัตรกรุงไทย (KTC)

KTC ลดดอกเบี้ยสินเชื่อบุคคลเหลือ 19.99% ช่วยลูกค้าสู้วิกฤติโควิด-19

KTC ลดดอกเบี้ยสินเชื่อบุคคลเหลือ 19.99% ช่วยลูกค้าสู้วิกฤติโควิด-19

บมจ. บัตรกรุงไทย (KTC) ประกาศจัดแคมเปญพิเศษต่อเนื่องลดอัตราดอกเบี้ยฯ สินเชื่อบัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” เหลือ 0.93% ต่อเดือน หรือ 19.99% ต่อปี เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระพนักงานประจำหรือเจ้าของกิจการที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินสดในการดำรงชีวิตหรือทำธุรกิจ ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวนสูงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ โดยผู้สมัครสินเชื่อและได้รับการอนุมัติภายในวันที่ 1 มกราคม 2564 ? 30 เมษายน 2564 จะได้รับอัตราดอกเบี้ยฯ พิเศษ คำนวณแบบลดต้นลดดอกเพียง 19.99% ต่อปี หรือคำนวณเป็นอัตราดอกเบี้ยฯ คงที่แบบประมาณการ 0.93% ต่อเดือน นานสูงสุด 36 งวด เมื่อมียอดรับเงินโอนก้อนแรกตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป ufa

 

บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (“บริษัท” หรือ “KTC”) ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต ตลอดจนธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจบัตรเครดิต ธุรกิจร้านค้ารับบัตร การให้บริการรับชำระเงินแทน และธุรกิจสินเชื่อบุคคล (Personal loan) โดยจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2539 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้นที่ 50 ล้านบาท และได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด ภายใต้ชื่อ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2545 ต่อมาในวันที่ 9 กันยายน 2545 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นบริษัทได้มีมติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 950 ล้านบาท โดยให้บริษัทเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (“ธนาคาร”) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 44 ล้านหุ้น และขายให้กับประชาชนทั่วไปจำนวน 51 ล้านหุ้น ทำให้บริษัทมีทุนจดทะเบียนรวม 1,000 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 100 ล้านหุ้น และในวันที่ 28 ตุลาคม 2545 บริษัทได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

กลยุทธ์ของบริษัทตั้งอยู่บนฐานลูกค้า (Membership) ที่ได้สร้างขึ้น โดยมีบัตรเครดิตและธุรกิจสินเชื่อบุคคลเป็นผลิตภัณฑ์หลักในการสร้างฐานสมาชิกและสร้างผลกำไรให้บริษัท นอกจากนั้นยังมีธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่นๆ มาเพิ่มเติมต่อยอดให้บริษัทสามารถสร้างสรรค์งานที่เข้าถึงความต้องการของสมาชิกเพื่อสนับสนุนให้บริษัทรักษาฐานสมาชิกให้ยั่งยืน สำหรับปี 2562 บริษัทมีจำนวนบัญชีรวมประมาณ 3.4 ล้านบัญชี แบ่งเป็น บัตรเครดิต 2,510,914 บัตร และบัญชีสินเชื่อบุคคล 888,342 บัญชี

วิสัยทัศน์

เคทีซีเป็นองค์กรสำหรับสมาชิก
ที่มุ่งพัฒนาธุรกิจการชำระเงิน และสินเชื่อรายย่อย
โดยเน้นความยั่งยืนเป็นสำคัญ

พันธกิจ

พันธกิจ 1

สร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างทางเลือกให้สมาชิก

พันธกิจ 2

ปลูกฝังจุดหมายและมุ่งมั่นในการเป็นองค์กรที่เข้าใจการใช้ชีวิตของสมาชิกอย่างแท้จริง

พันธกิจ 3

สร้างความแตกต่างด้วยการพัฒนาความสามารถที่เหนือกว่าเพื่อเข้าใจความต้องการของสมาชิก

พันธกิจ 4

เคทีซีจะเป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจสมาชิก เพื่อสร้างความสัมพันธ์และเติบโตอย่างยั่งยืน

ค่านิยมหลัก

กล้าที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง

ฉลาดที่จะทำให้ง่ายไม่ซับซ้อน

ทำสิ่งที่มีความหมายและมีประโยชน์

บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ย่อ: KTC) เป็นบริษัททำธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค ธุรกิจบัตรเครดิต และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจบัตรเครดิตธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล ธุรกิจบริการรับชำระค่าสาธารณูปโภค ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ประเภทการให้บริการบัตรเครดิต ให้บริการแก่ผู้รับบัตรและบริการรับชำระเงินแทน[1] บริษัทมีพนักงาน 1,767 คน (ปี 2561) ผู้ถือหุ้นใหญ่คือ ธนาคารกรุงไทย เป็นผู้ถือหุ้นร้อยละ 49.45 (31 ธันวาคม 2561)[2]

บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2539 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้นที่ 50 ล้านบาท และได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด ภายใต้ชื่อ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2545 ได้เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อเดือนตุลาคม 2545 และปี 2561 บริษัทได้รับเลือกเข้าเป็นหนึ่งใน 50 ดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จากข้อมูลสิ้นปี 2561 บริษัทมีมูลค่าการตลาดรวม 78,639 ล้านบาท บัตรกรุงไทยมีสมาชิกรวม 3.3 ล้านบัญชี โดยร้อยละ 50 อยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล[3] จากข้อมูล 31 มีนาคม 2561 มีรายได้จากบัตรเครดิตร้อยละ 70 และอีกเกือบร้อยละ 30 มาจากสินเชื่อบุคคล[4]

ธุรกิจบัตรเครดิตแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ ธุรกิจการออกบัตรเครดิตและธุรกิจร้านค้ารับบัตรเครดิต โดยธุรกิจออกบัตรเครดิต เริ่มตั้งแต่จัดหาลูกค้าบัตรเครดิต อนุมัติวงเงินให้กับผู้ถือบัตร กำกับดูแลการใช้จ่ายบัตรเครดิต การรับชำระหนี้และการติดตามหนี้ โดยที่ธนาคารและบริษัทผู้ออกบัตรมีรายได้ค่าธรรมเนียมการทำรายการและดอกเบี้ยรับ โดยบัตรกรุงไทยได้รับอนุญาตให้ออกบัตรโดยมีตราสัญลักษณ์ วีซ่า มาสเตอร์การ์ด และเจซีบี ยังมีการออกบัตรประเภทบัตรร่วมกับพันธมิตรการค้า และบัตรออกร่วมกับสถาบันศิษย์เก่าและองค์กรที่มิได้แสวงหากำไร เช่น สมาคมนักการบินไทย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีบริการบัตรเงินสดล่วงหน้า ส่วนธุรกิจร้านค้ารับบัตรเครดิต เกี่ยวข้องกับร้านค้าที่รับชำระสินค้าและบริการด้วยบัตรเครดิต โดยบริษัทจะคัดเลือกและติดตั้งเครื่องรูดบัตรให้ร้านค้าเพื่อกำกับดูแลการอนุมัติ การรับชำระสินค้าหรือบริการจากผู้ถือบัตร โดยบริษัทได้รายได้จากค่าธรรมเนียม[3]

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *